|
Updated: MAY 2008

จดหมายเปิดผนึก 20 มี.ค. 2551
Open Letter to the Ministry of Culture 20 March 2008 (Thai only)
จดหมายเปิดผนึก 28 พ.ย. 2550
Open Letter to the NLA at the parliarment - 28 Nov 2007

จดหมายเปิดผนึกถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. ....
เครือข่ายรณรงค์เพื่อเสรีภาพของภาพยนตร์
50/17 ถ.ศาลายา-นครชัยศรี พุทธมณฑล
นครปฐม 73170 โทร 02-800-2716, 089-112-8576
๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐
เรื่อง การขอเสนอการแก้ไขและชี้แจงรายละเอียดร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. ....
เรียน นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ คณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์
และวีดิทัศน์ พ.ศ. ....
เนื่องด้วยขณะนี้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ฉบับล่าสุด ซึ่งทางเครือข่าย รณรงค์เพื่อเสรีภาพของภาพยนตร์ ซึ่งประกอบด้วยบุคคลและองค์กรจากภาคเอกชนและภาครัฐ ได้ติดตามเฝ้ารับ ข่าวสารมาตลอด ที่ผ่านมาทางเครือข่ายได้มีการจัดสัมมนาอภิปรายเกี่ยวกับภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ในมิติของ ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และสื่อที่มีอิทธิพลในสังคม เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทุกๆฝ่าย ในด้านการประยุกต์ใช้กฎหมายภาพยนตร์ในสังคมไทย
ทางเครือข่ายเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ นอกจากจะมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม ภาพยนตร์แล้ว ยังส่งผลโดยตรงต่อประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะเยาวชน ในด้านการพัฒนาการเรียนรู้ การวิเคราะห์ และการสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดและปัญญา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเจริญก้าวหน้าในด้านต่างๆของประเทศ
เพื่อส่งเสริมให้ร่างฉบับนี้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทางเครือข่ายจึงขอโอกาสเสนอแนะความคิดเห็นเกี่ยวกับ รายละเอียดมาตราเพื่อให้ท่านพิจารณาเป็นพิเศษคือ มาตราที่ ๗, ๒๖, ๒๙ และ ๓๐ ตามเอกสารที่แนบมา
ทางเครือข่ายจึงเรียนมาเพื่อขอความอนุเคราะห์ และขอขอบคุณมาเป็นอย่างสูงในการพิจารณา ประเด็นดังกล่าว มา ณ โอกาสนี้
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
นางจิระนันท์ พิตรปรีชา - ตัวแทนเครือข่ายรณรงค์เพื่อเสรีภาพของภาพยนตร์



รายชื่อสมาชิกเครือข่าย Member
เครือข่ายรณรงค์เพื่อเสรีภาพของภาพยนตร์
การเคลื่อนไหวเพื่อปลดปล่อยภาพยนตร์ไทยสู่เสรีภาพ
โดย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ร่วมกับไบโอสโคป มูลนิธิหนังไทย สมาคมผู้กำกับ และพันธมิตร
่
ผมรู้สึกเสียใจยิ่งต่อสิ่งที่เกิดขึ้นแก่หนังของผม อย่างไรก็ตาม การต่อสู้นี้มิได้เป็นไปเพียงเพื่อจะผลักดันภาพยนตร์เรื่อง "แสงศตวรรษ" ให้ได้เข้าโรงฉายในประเทศไทย ผมมิได้มีความต้องการจะใช้โอกาสนี้เพื่อประชาสัมพันธ์ผลงานของผมเอง แต่ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องขบคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับกฎหมายการเซ็นเซอร์ของไทยเรา เพื่อที่คนทำหนังรุ่นต่อไปจะได้ไม่ต้องเผชิญปัญหาเดียวกับพวกเรา และผู้ชมชาวไทยจะได้มีอิสระในการเลือกอย่างแท้จริงเสียที
ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องถกเถียงกันว่า ก่อนที่หนังทุกเรื่องจะเข้าฉายนั้น ควรหรือที่มันจะต้องผ่านการพิจารณาจากกรมศาสนา แพทยสภา กลุ่มวิชาชีพครู กรมแรงงาน ทหาร กลุ่มคนรักสัตว์ สหภาพแท็กซี่ ผู้แทนจากประเทศอื่น ฯลฯ? หรือมันจะง่ายกว่าหากเราเปลี่ยนระบบการปกครองของประเทศให้เป็นรัฐเผด็จการเสียเลย เพื่อที่เราจะได้อยู่ร่วมกันอย่างเห็นพ้องเป็นหนึ่งเดียวกันทุกสิ่ง และไม่ต้องเสียเวลาพูดถึงเรื่องประชาธิปไตยกันอีกต่อไป?
ระบบการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ของไทยจำเป็นต้องถูกประเมินมาตรฐานเสียใหม่ สถานภาพและประสิทธิภาพของคณะกรรมการเป็นสิ่งที่ต้องถูกตรวจสอบและตั้งคำถาม และเราควรตัดสินใจว่ากฎหมายเหล่านี้สมควรถูกเปลี่ยนแปลงแล้วหรือยัง ผมใคร่ขอเชิญชวนทุกท่านโปรดแสดงความคิดเห็นต่อระบบการเซ็นเซอร์ในประเทศของ เรา และกรุณาให้คำแนะนำต่อเรา ได้ที่
http://www.petitiononline.com/nocut/petition.html
ความคิดเห็นของท่านจะได้รับการส่งต่อไปยังรัฐบาลไทย การสนับสนุนของท่านจะมีความหมายอย่างยิ่งต่อการต่อสู้ของเราเพื่อเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานที่สุดของมนุษย์ นั่นคือ เสรีภาพ ผมขอขอบคุณทุกท่านที่กรุณาสละเวลาและมีส่วนร่วมในครั้งนี้
ขอบพระคุณมากครับ
อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล
PETITION
ขอเชิญร่วมกันลงชื่อ และแสดงความคิดเห็นที่คุณมีต่อระบบ กระบวนการ และมาตรฐานเซ็นเซอร์ไทย
|
|