ft
 

 

 

ภาพยนตร์ย่อมจะให้ความรู้แก่ผู้ดูต่าง ๆ นานา และภาพยนตร์ที่บริษัทต่าง ๆ สั่งเข้ามาฉายในกรุงสยาม ก็ล้วนแต่ได้ผ่านเซนเซ่อร์แล้วทั้งสิ้น แต่บัดนี้มีข่าวว่า ทางราชการในกระทรวงมหาดไทย กำลังดำริจะให้มีการเซนเซ่อร์ในกรุงสยามอีกชั้นหนึ่งเพราะเหตุเข้าใจว่าภาพยนตร์เปนครูสอนให้ผู้ร้ายมีความสามารถขึ้น เรื่องนี้ถ้าเปนความจริงก็ออกจะไม่สู้เหมาะ
ฝ่ายเรามีความเห็นตรงกันข้าม คือเห็นว่าภาพยนตร์ย่อมสอนผู้ดูไม่ให้เปนผู้ร้าย เพราะเหตุว่าภาพยนตร์ที่แสดงเรื่องโจรผู้ร้ายทุกๆ เรื่องนั้น ฝ่ายโจรย่อมเปนฝ่ายแพ้เสมอไป ฤาแม้จะว่าภาพยนตร์เปนครูสอนกลเม็ดและวิธีดำเนิรการต่าง ๆ ให้ผู้ร้าย ภาพยนตร์ก็สอนวิธีจับให้แก่ตำรวจด้วยเหมือนกัน ไม่ใช่หรือ ? ฤาแม้จะถือว่าภาพยนตร์เปนครูสอนผู้รายถูกห้ามเสียแล้ว ฝ่ายตำรวจก็ไม่มีโอกาศ ได้เรียนวิธีจับด้วยเหมือนกัน เวลานี้อ่าวสยามก็ยังไม่มีประตูปิด ถ้าหากว่าอ้ายโจรที่เรียนความรู้จากการดูภาพยนตร์ มันพลัดเข้ามาจากเมืองนอกได้สักคนสองคน พวกเรามิวอดเพราะความรู้ไม่ทันมันหรือ ? มันมิกินดิบพวกเราแย่หรือ ?


หนังสือพิมพ์รายวัน "สยามราษฎร์" ประจำวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2462 ในคอลัมน์ "เบ็ดเตล็ด"

 
 
นางสาวสุวรรณ พ.ศ. ๒๔๖๖


นายเฮนรี่ แมกเร เดินทางมาขอพระบรมราชานุญาตถ่ายภาพยนตร์เรื่อง “ นางสาวสุวรรณ” ซึ่งเป็นนิยายรักของชาวสยามและใช้คนไทยแสดงตลอดเรื่อง พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้กรมรถไฟหลวงให้ความร่วมมือในการถ่ายทำ แต่ในระหว่างถ่ายทำ มีข่าวว่าเฮนรี่ แมกเรไปถ่ายฉากประหารชีวิตด้วยการตัดคอที่ชียงใหม่ เนื่องจากตามเนื้อเรื่อง มีพระเอกถูกใส่ร้ายจนเกือบโดนประหารชีวิต แต่นางเอกมาช่วยทัน เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไปจึงมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจพิจารณาก่อนฉาย และมีการให้ตัดฉากประหารชีวิตออก อย่างไรก็ตาม ภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็นำไปสู่กลไกการควบคุมการสร้างภาพยนตร์ในเวลาต่อมา  


 
อำนาจมืด พ.ศ.๒๔๗๐

หลวงสุนทรอัศวราช เป็นผู้แต่งเรื่องและสร้างภาพยนตร์เรื่อง “อำนาจมืด”เมื่อนำขึ้นฉายถวายให้พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ ทอดพระเนตร ปรากว่าพระเจ้าอยู่หัว บางอย่างในภาพยนตร์นี้ไม่ต้องในพระราชนิยม คือฉากซึ่งแสดงว่ามีซ่องค้าผู้หญิง และซ่องอั้งยี่อยู่ในสยาม อย่างไรก็ดี ทรงมีพระเมตตา ว่าหากจะทรงห้าม มิให้นำภาพยนตร์นี้ออกฉาย ก็คงจะเดือดร้อนขาดทุนย่อยยับ จึงมีพระมหากรุณาธิคุณให้หลวงสุนทรอัศวราชนำภาพยนตร์นี้ออกฉาย โดยมีเงื่อนไขว่า เมื่อฉายจนได้เงินพอที่จะถอนทุนคืนได้หมดแล้ว ก็ให้ทำลายฟิล์มทิ้งให้สิ้นซาก แต่มิทันที่จะได้นำออกฉาย ทางกรมตำรวจพระนครบาล เมื่อทราบข่าวว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงตำหนิ “ อำนาจมืด”ก็เรียกภาพยนตร์ไปตรวจดูและ ปรามหลวงสุนทรอัศวราชไม่ให้นำภาพยนตร์ออกฉายสู่สาธารณะ หลวงสุนทรอัศวราชหาทางออกโดยการแก้ไขเรื่องใหม่แลพถ่ายทำซ่อมแซมใหม่ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “ชนะพาล” ทางตำรวจจึงอนุญาตให้นำออกฉาย แต่ปรากฎว่าบรรดาโรงภาพยนตร์ในกรุงเทพไม่กล้ารับฉาย เพราะเป็นภาพยนตร์ที่พระเจ้าอยู่หัวทรงตำหนิ ที่สุดหลวงสุนทรอัศวราชต้องนำภาพยนตร์นั้นออกเร่ฉายตามโรงเล็กๆ แต่ปรากฎว่าไม่อาจเรียกทุนคืนให้ ต้องขาดทุนเป็นอันมาก