ft
 

ตัวอย่างภาพยนตร์บางเรื่องที่ได้รับผลกระทบจาก พรบ. 2473

 

วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๑๗
เรื่อง “TWO AGAINST THE LAW”


คณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วเห็นว่า เป็นการแสดงเรื่องตำรวจใช้อำนาจหน้าที่ เป็นการยั่วยุให้เกิดอาชญากรที่ได้พักโทษ จนจำต้องกระทำความผิดอุกฉกรรจ์ ฆ่าเจ้าพนักงานจน ต้องโทษประหาร ในที่สุดจึงเห็นว่าเป็นเรื่องแสดงให้เกิดความเสื่อมเสียต่อความยุติธรรม อาจก่อให้เกิดความไม่สงบ ไม่เหมาะกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง
ตาม ม.๔ แห่ง พ.ร.บ. ภาพยนตร์ ๒๔๗๓ จึงมีมติห้ามฉายทั้งเรื่อง

 

วันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๑๖
เรื่อง “CHE GUEVARA”
ประธานที่ประชุมสั่งภาพยนตร์เรื่อง “CHE GUEVARA” มีเนื้อเรื่องว่า “เช เกอวารา หัวหน้ากองโจรคอมมิวนิสต์ได้รับการยกย่องจากประชาชน ทหารฝ่ายรัฐบาลออกกวาดล้างจับตัว เช เกอวารา ได้ขณะที่บาดเจ็บ และได้รับคำสั่งให้ยิงทิ้ง และออกข่าวว่า เช เกอวาราเสียชีวิต ในการต่อสู้” เห็นว่าเป็นภาพยนตร์แสดงวิธีการรบแบบกองโจร และเผยแพร่เกียรติคุณของหัวหน้า กองโจรคอมมิวนิสต์ ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองตามนัยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติ ภาพยนตร์ ๒๔๗๓ จึงมีมติเอกฉันท์สั่งยืนตามคำสั่งเจ้าพนักงานผู้พิจารณาภาพยนตร์ ให้ห้ามฉาย ภาพยนตร์เรื่องนี้ และสั่งให้ส่งภาพยนตร์กลับออกไปนอกราชอาณาจักรด้วย

 

วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๖
เรื่อง “ยอดชาย”
เจ้าพนักงานผู้พิจารณาภาพยนตร์ผู้มีนามข้างท้ายนี้ได้ตรวจพิจารณาภาพยนตร์ไทย-ผู้ร้าย เรื่อง “ยอดชาย” นี้แล้ว
เนื้อเรื่องโดยสรุปแสดงถึงนายจ้างหรือกลุ่มนายทุนกดขี่ข่มเหงคนงานซึ่งเป็นกรรมกรอย่างโหดร้ายทารุณป่าเถื่อนอย่างมาก อันอาจเป็นการทำให้เกิดความเกลียดชังระหว่างนายทุนกับกรรมกร นอกจากนั้นยังมีการข่มเหงทารุณจนถึงตายโดยเปิดเผยคล้ายกับบ้านเมืองไทยไม่มีกฎหมาย ซึ่งเป็นการขัดต่อความสงบ เรียบร้อย และศีลธรรมอันดีของประชาชน คณะกรรมการมีความ เห็นเป็นเอกฉันท์ให้ห้ามฉาย

* หมายเหตุ หลังจากมีการยื่นอุทธรณ์ประธานที่ประชุมสั่งฉายภาพยนตร์เรื่อง “ยอดชาย” เห็นว่าเนื้อเรื่องการแสดงส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นภาพยนตร์บันเทิง ประเภทต่อสู้กันด้วยกำลังภายใน เหมือนกับภาพยนตร์จีนทั่วๆ ไป ไม่ขัดต่อ ศีลธรรม และความสงบตามนัยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์ ๒๔๗๓ แต่อย่างใด จึงมีมติเอกฉันท์ให้ตัดภาพการแสดงออก รวม ๔ ตอนดังนี้
(๑) ซอยภาพหัวหน้าคนงานเฆี่ยนตีคนงานในเหมืองออกให้เหลือ พอลงมือเฆี่ยนแล้วพระเอก (ยอดชาย) วิ่งมาห้าม
(๒) ตอนพระเอก (จีน) ตามมาพบนางเอก (จีน) ในซ่องการพนัน ตัดตอนคนเล่นการพนันออก (๓) ภาพชายหญิงเปลือยกายนอนกอดจูบบนเตียง และ
(๔) ตอนพระเอก (ยอดชาย) เดินขึ้นโรงพัก แล้วอนุญาตให้ฉายได้

 

วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๖
เรื่อง “The SANDPIT GENERAL”
คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ได้ลงเห็นพ้องต้องกันว่า เป็นเด็กสลัมยากจน
ขาดการดูแลจากผู้ปกครอง ไม่มีที่อยู่อาศัย ขาดอาหารบริโภค จึงรวมแก๊งกัน ลักทรัพย์กันตลอดเรื่อง ซึ่งเป็นตัวอย่างเพราะนิสัยอันไม่ดีให้แก่บุคคลนำไป
ประพฤติในทางชั่ว อาจทำให้เยาวชนและผู้ชมนำไปเป็นตัวอย่างที่เสื่อมเสียต่อ
สังคมไทยได้ จึงเห็นควรห้ามฉาย

 

วันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๔๐
เรื่อง “เพื่อเพื่อน เพื่อนฝัน เพื่อวันเกียรติยศ”
คณะกรรมการผู้พิจารณาภาพยนตร์ทั้งหมด ได้ร่วมกันตรวจพิจารณาภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วมีคำวินิจฉัยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้
๑. โครงเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้ตัวละครที่กระทำผิดกฎหมาย และวัฒนธรรมประเพณี เช่นการขายยาเสพติด การวางเพลิงเผาทรัพย์ การทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บ และถึงแก่ความตาย มีการกระทำความผิดในเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ทุกตัวแสดง กลับไม่ถูกลงโทษไม่ว่าในทางกฎหมาย หรือในทางสังคม คณะกรรมการเห็นว่าเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ขัดต่อศีลธรรมอันดี ซึ่งเป็นลักษณะฝ่าฝืนมาตรา ๔ แห่ง พ.ร.บ. ภาพยนตร์
๒. มีหลายฉากที่ขัดต่อศีลธรรมอันดี และธรรมเนียมประเพณี เช่น การวางเพลิง เผาศาลเจ้า อันเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ทางความเชื่อ ซึ่งเป็นตัวอย่างไม่ดี การขายยาเสพติดให้เด็กและเยาวชน และฉากปล่อยให้เด็กและเยาวชนเสพยาเสพติด เห็นได้ชัดเจนนับว่าเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี
๓. ฉากเกี่ยวข้องกับโรงเรียน และนักเรียนมัธยมสตรีซึ่งไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของสังคมไทยที่จะปล่อยให้เผยแพร่ออกไปสู่สังคมได้ (ในการแสดงออกของนักเรียนไม่เหมาะสม และการประกาศไมค์จากรถขายน้ำผลไม้หน้าโรงเรียน)
๔. ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่มีบทสรุป หรือคติที่สอนให้เห็นว่าคนกระทำผิดจะต้องได้รับการลงโทษในทางใดทางหนึ่ง แต่ในทางกลับกันกลับรอดพ้นเป็นอิสระ ถือว่าเป็นแบบอย่างไม่ดี
คณะกรรมการจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่อนุญาตให้ฉายภาพยนตร์เรื่องนี้

 

วันที่ ๘ เดือน มีนาคม ๒๕๔๘
เรื่อง “จอมขมังเวทย์”


ตัด ๑. ให้ซอยฉากปาดคอให้สั้นลง (ยาว ๑๒ เฟรม)
๒. ฉากเชือดคอไก่ดิ้น ให้ขึ้นคำบรรยายว่า “เรื่องนี้ไม่มีสัตว์ตายจริง”โดยให้ขึ้นตอนจบของเรื่อง
๓. ให้ขึ้นคำเตือนว่า “บุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ” ในฉากที่มีการสูบบุหรี่ในครั้งแรก

 

วันที่ ๒ เดือน สิงหาคม ๒๕๔๙
เรื่อง “โกยเถอะโยม” SEE HOW THEY RUN


ตัด ๑. ให้ตัดซอยภาพฉากทำแท้งตอนต้นเรื่องให้สั้นลง ต้นม้วน ๑
๒. ให้ตัดภาพเณรร่วมกันเคาะขัน ขณะคนบ้าเต้นบนศาลา ต้นม้วน ๕
๓. ให้แจ้งว่ามีคำหยาบอยู่พอสมควร ขอให้ผู้สร้างระมัดระวัง ขอให้ขึ้นคำเตือน

 

กรกฎาคม ๒๕๔๘
เรื่อง “พยัคฆ์ร้ายส่ายหน้า”


ตัด ๑. ภาพจตุรงค์ฯ ให้เท้าตบหน้า (ตอนปลายม้วน ๑ ยาว ๒๔ ฟุต ๑ ชิ้น)
๒. ภาพจตุรงค์ฯ ใช้เท้าถีบหน้าอาภาพรฯ จนหน้าหงาย (ตัดม้วน ๔ ยาว ๒ ฟุตครึ่ง ๑ ชิ้น)
๓. ให้ขึ้น Caption ว่าคำหยาบเป็นคำไม่สุภาพ ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างโดยให้ขึ้น....
๓.๑ ต้นเรื่อง
๓.๒ เมื่อมีคำว่า “ส้นตีน”

 

วันที่ ๔ เดือน เมษายน ๒๕๔๔
เรื่อง “มือปืน/โลก/พระ/จัน”


ตัด ๑. ฉากลูบขาแล้วเอากางเกงในออกมาดม (ต้นม้วน ๓ ยาว ๔๘ ฟุต ๑ ชิ้น)

 

วันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๔๔
เรื่อง “ โกลคลับ เกมส์ล้มโต๊ะ”


ตัด ๑. ภาพฉากในรถยนต์โดยผู้แสดงหญิงพูดคำว่า “จะเอากูในรถ”

 

วันที่ ๑๕ เดือน ธันวาคม ๒๕๔๓
เรื่อง “คนจร ฯลฯ”
ตัด ๑. ฉากผู้หญิงนั่งขาพาดเจ้าหน้าที่ตำรวจบนสถานีตำรวจ (ยาว ๔๓ ฟุต)
๒. ฉากเจ้าหน้าที่ตำรวจรับเงินในวันตรุษจีนโดยตัดภาพที่เห็นธนบัตรออก (ยาว ๔ ฟุต)
๓. ฉากเจ้าหน้าที่ตำรวจยกปืนจ่อหัวผู้ต้องหาพม่าระหว่างนำตัวออกมาทำความสะอาดห้องน้ำ (ยาว ๗ ฟุต ม้วน ๖)
๔. ให้ตัดเสียงของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบที่ใช้คำพูดหยาบคาย และคำพูดไม่สุภาพเป็นต้นว่า ไอ้ห่า ไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์ (ยาว ๓ ฟุต
ม้วน ๒ และม้วน ๓)

 

วันที่ ๖ เดือน ตุลาคม ๒๕๔๗
เรื่อง “ทวารยังหวานอยู่”


ตัด ๑. ตัดเสียงคำพูดว่า ยันตะเบ็ด และ ยันตะเบ็ดตี้ออก (ปลายม้วน ๒ ยาว ๗๓ ฟุต)
๒.ให้ตัดตัวหนังสือ วินัย เท่ากับ ยันตระ ออก
๓. ตัดภาพสุนัข ๒ ตัวแสดงลักษณะการร่วมเพศออกทั้ง ๒ ตอน (ปลายม้วน ๒ ยาว ๔ ฟุต)
๔. ตัดภาพหมีแพนด้า ๒ ตัวแสดงลักษณะร่วมเพศออก (ปลายม้วน ๕ ยาว ๑๐ ฟุต)
๕. ให้ตัดภาพในตอนท้ายของภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับ ยันตระ ชูวิทย์ และหมอพรทิพย์ออก
๖. ให้ทำไตเติ้ลว่าได้ขออนุญาตเกี่ยวกับชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องในภาพยนตร์แล้ว และไม่มีเจตนาล้อเลียนให้เกิดการเสียหายแต่อย่างใด และไม่อนุญาตให้ชื่อภาษาอังกฤษว่า แบงคอก โลโก้

 

วันที่ ๑๑ เดือน กันยายน ๒๕๔๖
เรื่อง “ผีเสื้อร้อนรัก”


ตัด ๑. ฝรั่งสาธิตการใช้ปากบนสะพานตอนกำมือ (ปลายม้วน ๑ ยาว ๑๓ ฟุต)
๒. หญิงบริการคลำเป้าพระเอก (กลางม้วน ๒ ยาว ๓ ฟุต)

 

เรื่อง “ต้องปล้น”
ตัด ๑. ให้ตัดภาพหลังจากที่โจรพูดกับพนักงานธนาคารว่านี่คือการปล้น ออกไปรับตอนพนักงานพาโจรไปพบผู้จัดการ (กลางม้วน ๑ ยาว ๔๕ฟุต)
๒. ให้ตัดภาพผู้ร้ายชื่อเบิ้มถูกตำรวจยิงตอนหมดสภาพที่จะต่อสู้แล้วออก (ต้นม้วน ๖ ยาว ๕ ฟุต)
๓. ให้ตัดภาพรถยนต์แหกด่านถูกตำรวจยิงจากข้างหลังไม่ให้เห็นรูกระสุน ท้ายรถ (กลางม้วน ๓ ยาว ๔ ฟุต)
๔. ให้ตัดคำพูดของผู้กำกับตำรวจว่าคราวนี้คงต้องจับตาย
(ปลายม้วน ๕ ยาว ๖ ฟุต)
๕. ให้ตัดคำพูดของโจรว่ากูไม่เชื่อมึงไอ้เหี้ย คราวก่อนมึงก็จับกูยัด คุกไปทั้งๆที่กูไม่ผิด (ปลายม้วน ๕ ยาว ๑๐ ฟุต) (ก๊อปปี้ที่ ๑)